ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
หัวข้อ : เอกสารแนวข้อสอบนักวิชาการแรงงาน
pong86 ออนไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 

เอกสารแนวข้อสอบนักวิชาการแรงงาน

กฎหมายคุ้มครองแรงงาน
(Labour Protection Law)

กฎหมายคุ้มครองแรงงานที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2541 ซึ่งในการประกาศบังคับใช้ดังกล่าว มีผลให้ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2515 เรื่อง คุ้มครองแรงงาน และ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม2515 (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2533 ถูกยกเลิก (มาตรา 3)
กฎหมายคุ้มครองแรงงานเป็นกฎหมายที่บัญญัติถึงสิทธิ หน้าที่ระหว่างนาย ลูกจ้าง โดยกำหนด

* มาตรฐานขั้นต่ำในการจ้าง (ค่าจ้างเหมาะสม)
*
การใช้แรงงาน
*
การจัดสถานที่และอุปกรณ์ในการทำงาน
กฎหมายคุ้มครองแรงงานเป็นกฎหมายที่จำกัดหลักเสรีภาพในการทำสัญญาหรือหลักความศักดิ์สิทธิ์ในการแสดงเจตนา หมายความว่ากฎหมายคุ้มครองแรงงานหาได้ยกเลิกหลักความศักดิ์สิทธิ์ในการแสดงเจตนาหรือหลักเสรีภาพในการทำสัญญาในกฎหมายแพ่งและพาณิชย์โดยสิ้นเชิงไม่ หากแต่จำกัดหลักดังกล่าวให้แคบลงเท่านั้น คือจะแสดงเจตนาทำนิติกรรมใด ๆ ให้มีมาตรฐานต่ำกว่าที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานบัญญัติไว้ไม่ได้ แต่ในทางตรงข้าม นายจ้างลูกจ้างยังคงมีเสรีภาพเต็มที่ในการทำสัญญาตราบเท่าที่สัญญานั้นไม่ขัดต่อบทบัญญัติในกฎหมายคุ้มครองแรงงาน กล่าวอีกนัยหนึ่งถ้านายจ้างลูกจ้างแสดงเจตนาทำสัญญาได้สูงกว่ามาตรฐานขั้นต่ำที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานบัญญัติไว้ สัญญานั้นใช้บังคับได้และไม่ให้นำกฎหมายแรงงานมาบังคับใช้
กฎหมายคุ้มครองแรงงานเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน นิติกรรมใดที่ทำขึ้นขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติของกฎหมายคุ้มครองแรงงานย่อมตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 หรือแตกต่างจากที่บัญญัติไว้ก็ตกเป็นโมฆะเช่นเดียวกัน
*
บทบัญญัติที่เป็นข้อห้าม ใช้คำว่า "ห้ามมิให้"
*
ข้อต้องปฏิบัติใช้คำว่า "ให้หรือต้อง"
สรุป ลักษณะสำคัญของกฎหมายคุ้มครองแรงงานได้ ดังนั้น
1. เป็นกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพทางเศรษฐกิจและสังคม กฎหมายคุ้มครองแรงงานนั้นผูกพันอยู่กับสภาพสังคม เศรษฐกิจและการเมือง เมื่อสภาพต่าง ๆ เหล่านี้เปลี่ยนแปลงไป กฎหมายคุ้มครองแรงงานก็สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับภาวะที่เปลี่ยนแปลงไปได้
2.
เป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน กฎหมายคุ้มครองแรงงานมุ่งที่จะสร้างความเป็นธรรมในสังคม โดยเฉพาะเพื่อคุ้มครองลูกจ้างมิให้ถูกนายจ้างเอารัดเอาเปรียบเกินไป บทบัญญัติในกฎหมายคุ้มครองแรงงานจึงเป็นข้อบังคับที่เด็ดขาด เป็นกฎหมายที่มีโทษทางอาญาหากมีการฝ่าฝืน และนายจ้างอาจถูกดำเนินคดีทางแพ่งเพื่อบังคับให้จ่ายเงินหรือชดใช้ค่าเสียหายแก่ลูกจ้างหรือผู้มีสิทธิด้วย
3.
เป็นกฎหมายกึ่งมหาชนกึ่งเอกชน คือเป็นกฎหมายที่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง จึงมีลักษณะเป็นกฎหมายเอกชน และมีโทษทางอาญาเมื่อมีการฝ่าฝืน ซึ่งเป็นลักษณะของกฎหมายมหาชน
4.
เป็นกฎหมายทางสังคม กฎหมายคุ้มครองแรงงานตราขึ้นเพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคม มุ่งที่จะคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกจ้าง

การตีความกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
การตีความกฎหมายคุ้มครองแรงงานในส่วนที่กำหนดความผิดและมีโทษทางอาญา จะต้องให้เป็นไปเช่นเดียวกับการตีความกฎหมายทั่วไป ส่วนการตีความในกรณีมีปัญหาหรือข้อสงสัยว่าจะตีความบทกฎหมายที่ไม่ชัดแจ้งไปในทางใด ให้ตีความไปในทางหรือนัยที่จะให้การคุ้มครองลูกจ้าง และสร้างปทัสถานที่ดีแก่สังคมแรงงาน ยิ่งกว่าที่จะตีความไปในทางหรือนัยที่จะให้ประโยชน์แก่นายจ้างหรือปัจเจกบุคค

ขอบเขตการบังคับใช้

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541ใช้บังคับแก่นายจ้าง ลูกจ้างในกิจการจ้างงานทุกราย
ไม่ว่าจะประกอบกิจการปกระเภทใด และไม่ว่าจะมีจำนวนลูกจ้างเท่าใดยกเว้นนายจ้างหรือกิจการตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 คือ
1.
ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น
2.
รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
3.
นายจ้างประเภทที่ได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ซึ่งจะไม่ใช้บังคับตามกฎหมายทั้งฉบับหรือบางส่วนก็ได้ ซึ่งได้ออกกฎกระทรวง 2 ฉบับ ยกเว้นมิให้ใช้บังคับกฎหมายทั้งฉบับแก่โรงเรียนเอกชนในส่วนที่เกี่ยวกับครูและครูใหญ่ งานเกษตรกรรมและงานรับไปทำที่บ้าน กับยกเว้นไม่ให้ใช้บังคับกฎหมายบางส่วนแก่นายจ้างซึ่งจ้างลูกจ้างทำงานเกี่ยวกับงานบ้านอันมิได้ประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย (ฎีกาที่ 3206/2533) และนายจ้างซึ่งจ้างลูกจ้างทำงานที่มิได้แสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ

**ตัวอย่าง งานที่มิได้แสวงหากำไรทางเศรษฐกิจ เช่น สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ (ฎีกาที่ 1340/2525) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ฎีกาที่ 1785/2527) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา (ฎีกาที่ 2762/2528) กองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายตามกฎหมายว่าด้วยอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไรทางเศรษฐกิจ จึงไม่มีอำนาจฟ้องกองทุนให้รับผิดค่าชดเชย หนังสือกรมอัยการที่ มท. 1201.1/23065 ลว. 25 พฤศจิกายน 2530)
ในการพิจารณาว่างานที่ทำมีการแสวงหากำไรทางเศรษฐกิจหรือไม่ มิใช่ดูเพียงวัตถุประสงค์ขององค์การเท่านั้น ถ้ามีการเรียกค่าตอบแทนถือว่าเป็นกิจการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไรทางเศรษฐกิจ

นายจ้าง-ลูกจ้าง (บุคคลสำคัญตามกฎหมายแรงงาน)
นายจ้าง หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้ ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานนายจ้างมี 4 ประเภท คือ (มาตรา 5)
1.
นายจ้างตัวจริง หมายถึง บุคคลที่ตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้ ซึ่งเป็นนายจ้างตัวจริง
2.
นายจ้างตัวแทน หมายถึง ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล
3.
นายจ้างรับมอบ หมายถึง ผู้ซึ่งได้รับมอบให้ทำงานแทนนายจ้างตัวจริงหรือนายจ้างตัวแทน
4.
นายจ้างรับถือ หมายถึง ผู้ประกอบการที่มีกิจการจ้างเหมาค่าแรง ซึ่งถือว่าเป็นทั้งนายจ้างของลูกจ้างตนเองและนายจ้างของลูกจ้างซึ่งมารับเหมาค่าแรงในกิจการของตนด้วย
ลูกจ้าง หมายความว่า ผู้ที่ตกลงทำงานให้แก่ลูกจ้างโดยได้รับค่าจ้างไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร
ลูกจ้างจึง หมายถึงลูกจ้างทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างทดลองงาน ลูกจ้างชั่วคราว ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอน
ลูกจ้างที่ทำงานไม่เต็มเวลา ลูกจ้างสัญญาพิเศษ และรวมถึงลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับงานบ้านด้วย

การคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

1. การคุ้มครองทั่วไป
2.
การใช้แรงงาน
3.
การใช้แรงงานหญิง
4.
การใช้แรงงานเด็ก
5.
การจ่ายค่าตอบแทนการทำงาน
6.
ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
7.
การจัดทำเอกสารการจ้าง
8.
การพักงาน
9..
การจ่ายค่าชดเชย

การคุ้มครองทั่วไป
สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายอื่น
มาตรา๗การเรียกร้องหรือการได้มาซึ่งสิทธิหรือประโยชน์ตามพระราชบัญญัตินี้ไม่เป็นการตัดสิทธิหรือประโยชน์ที่ลูกจ้างพึงได้ตามกฎหมายอื่นลูกจ้างซึ่งได้รับสิทธิหรือประโยชน์ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานแล้ว
บางกรณีอาจได้รับสิทธิหรือประโยชน์ตามกฎหมายอื่นด้วยหากไม่มีบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้นอาจทำให้เกิดปัญหาหรือข้อโต้แย้งว่าลูกจ้างจะยังมีสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายอื่นอีกหรือ
ไม่บทบัญญัติข้างต้นนอกจากจะรับรองการได้รับสิทธิประโยชน์
ที่ลูกจ้างมีสิทธิตามกฎหมายทุกฉบับแล้วยังปิดปากมิให้ผู้มีหน้าที่ต้องให้สิทธิหรือจ่ายประโยชน์แก่ลูกจ้าง ยกการได้รับสิทธิหรือ
ประโยชน์ตามกฎหมายอีกฉบับขึ้นอ้างเพื่อไม่ไห้สิทธิหรือประโยชน์หรือให้สิทธิหรือประโยชน์น้อยลงด้วยทนายความคดีแรงงาน
มาตรา ให้รัฐมนตรีมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทานิติศาสตร์ เพื่อมีอำนาจฟ้องคดีหรือ
แก้ต่างคดีแรงงานให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายและเมื่อกระทรวงแรงงานและ
สวัสดิการสังคมแจ้งให้ศาลทราบแล้วก็ให้มีอำนาจกระทำการได้จนคดีถึงที่สุด โดยปกติ การฟ้องคดีแรงงานในฐานะเป็นโจทก์หรือการต่อสู้คดีแรงงานในฐานะเป็นจำเลยลูกจ้างหรือนายจ้างอานไปฟ้องหรือต่อสู้คดี
ด้วยตนเองได้โดยไม่ต้องว่าจ้างทนายความหรือมีทนายความช่วยเหลือแต่ในคดีที่มีข้อเท็จจริงซับซ้อนหรือข้อกฎหมายที่เป็นประเด็นแห่งคดีหลายข้อหากมีผู้ช่วยเหลือในทำนองเดียวกับทนายความก็จะช่วยให้การพิจารณาคดีได้ข้อเท็จจริงครบถ้วน
และมีข้อกฎหมายชัดแจ้งประกอบการพิจารณาพิพากษาของศาลนายจ้างมีฐานะทางเศรษฐกิจพอจ้างทนายความได้เองหรือมีทนายความประจำอยู่แล้วแต่ลูกจ้างส่วนใหญ่ไม่มีทรัพย์พอที่จะว่าจ้างทนายความได้จึงต้องจัดให้มีทนายความไว้ช่วยเหลือลูกจ้าง ในการฟ้องหรือแก้ต่างคดีตามบทบัญญัติดังกล่าวแสดงว่าลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างอาจขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่
ที่ได้รับการแต่งตั้งทำหน้าที่เป็นทนายความในคดีที่ลูกจ้างฟ้องหรือลูกจ้างถูกฟ้องได้ไม่ว่าคดีเรื่องนั้นจะเป็นคดีที่พิพาทกันตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานหรือกฎหมายอื่น แต่ต้องเป็นคดีแรงงานหรือคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงานเท่านั้น
ดอกเบี้ยและเงินเพิ่มมาตรา ๙ ในกรณีที่นายจ้างไม่คืนเงินประกันตามมาตรา ๑๐ วรรคสอง หรือไม่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลาค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด ภายในเวลาที่กำหนดตามมาตรา ๗๐หรือค่าชดเชยตามมาตรา ๑๑๘ค่าชดเชยพิเศษตามมาตรา ๑๒๐ มาตรา ๑๒๑ และมาตรา ๑๒๒ ให้นายจ้างเสียดอกเบี้ยให้แก่ลูกจ้างในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละสิบห้าต่อปี ในกรณีที่นายจ้างจงใจไม่คืนหรือไม่จ่ายเงินตามวรรคหนึ่งโดยปราศจากเหตุผลอันสมควรเมื่อพ้นกำหนดเวลาเจ็ดวันนับแต่วันที่ถึงกำหนดคืนหรือจ่ายให้นายจ้างเสียเงินเพิ่มให้แก่ลูกจ้างร้อยละสิบห้าของเงินที่ค้าง
จ่ายทุกระยะเวลาเจ็ดวัน ในกรณีที่นายจ้างพร้อมที่จะคืนหรือจ่ายเงินตามวรรคหนึ่งและวรรคสองและได้นำเงินไปมอบไว้แก่อธิบดีหรือผู้ซึ่ง
อธิบดีมอบหมายเพื่อจ่ายให้แก่ลูกจ้างนายจ้างไม่ต้องเสียดอกเบี้ยหรือเงินเพิ่มตั้งแต่วัน
ที่นายจ้างนำเงินนั้นไปมอบไว้กฎมายคุ้มครองแรงงานกำหนดให้นายจ้างจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างหลายประเภท
เงินบางประเภทมีความสำคัญยิ่งต่อการดำรงชีพของลูกจ้างและครอบครัว เช่น ค่าจ้าง เป็นต้น หากนายจ้างจ่ายช้ากว่ากำหนดหรือไม่ยอมจ่ายให้โดยดีต้องให้ลูกจ้างฟ้องเรียกร้องเอา
ย่อมทำให้ลูกจ้างได้รับความเดือดร้อนเป็นอันมากจึงต้องมีมาตรการกำหนดให้นายจ้างต้องรับผิดเพิ่มขึ้นกรณี
จ่ายเงินดังกล่าวผิดกำหนดเวลาและให้รับผิดเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษกรณีจงใจไม่จ่ายเงินนั้นเพื่อป้องปรามมิให้นายจ้างจ่ายเงินแก่ลูกจ้างผิดกำหนดเวลาโดยบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้นนายจ้างจึงต้อง
๑. เสียดอกเบี้ยให้แก่ลูกจ้างในระหว่างผิดนัดในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปีนับแต่วันที่ถึงกำหนดให้จ่ายตามกฎหมาย



๒. เสียเงินเพิ่มให้แก่ลูกจ้าง เมื่อพ้นกำหนดเวลา ๗ วันนับแต่วันที่ถึงกำหนดให้จ่ายตามกฎหมาย ในอัตราร้อยละ ๑ ทุกระยะเวลา ๗ วัน
ตามเจตนารมณ์ นายจ้างต้องเสียดอกเบี้ยตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง แต่ถ้าจงใจผิดนัดก็ต้องเสียเงินเพิ่มตามมาตรา ๙
วรรคสอง เงินที่จะต้องเสียดอกเบี้ยหรือเงินเพิ่มดังกล่าวได้แก่เงินกังต่อไปนี้ คือ
๑. เงินประกันที่ต้องคืนตามมาตรา ๑๐ วรรคสอง
๒. ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา คำทกงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดที่ต้องจ่ายตามมาตรา ๗๐
๓. ค่าชดเชยที่ต้องจ่ายตามมาตรา ๑๑๘
๔. ค่าชดเชยพิเศษที่ต้องจ่ายตามมาตรา ๑๒๐ ถึง มาตรา ๑๒๒
การเรียกเงินประกันการทำงานหรือเงินประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจ้างเป็นการกระทำที่สร้างความเดือดร้อนแก่ลูกจ้างตลอดมา
เพื่อคุ้มครองลูกจ้างในเรื่องนี้จึงต้องมีบทบัญญัติห้ามการเรียกหรือรับเงินประกันการทำงานหรือเงินประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจ้างทั่วไป คงเรียกได้เฉพาะลูกจ้างที่ต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้าง
ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมประกาศกำหนด ซึ่งประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการเรียกหรือรับเงินประกันการทำงานหรือเงินประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจ้าง ลงวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๑ กำหนดให้นายจ้างเรียกหรือรับเงินประกันจากลูกจ้างที่ทำงานดังต่อไปนี้ได้ไม่เกิน
๖๐ เท่าของอัตราค่าจ้างรายวันโดยเฉลี่ยที่ลูกจ้างได้รับอยู่ในวันที่นายจ้างรับเงินประกัน
คือ สำหรับเงินประกันที่นายจ้างได้เรียกหรือรับไว้ก่อนวันใช้บังคับกฎหมาย (๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๑) กฎหมายมิได้กำหนดให้คืน
แต่การยึดถือเงินดังกล่าวไว้จะทำให้ลูกจ้างและบุคคลทั่วไปมีความรู้สึกในทางลบแก่นายจ้าง
นายจ้างจึงควรคืนเงินประกันทั้งหมดแก่ลูกจ้าง นายจ้างที่ฝ่าฝืนมาตรานี้มีความผิดและมีโทษทางอาญาตามมาตรา ๑๔๔ และลูกจ้างฟ้องเรียกเงินประกันและดอกเบี้ยจากนายจ้างได้ การเรียกหรือรับเงินประกันเพื่อการใดจากฝ่ายลูกจ้างเด็ก (จากเด็กที่เป็นลูกจ้างบิดามารดา หรือญาติของเด็ก) เป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๕๑ วรรคสอง
มีความผิดและมีโทษทางอาญาตามมาตรา ๑๔๔บุริมสิทธิมาตรา ๑๑ หนี้ที่เกิดจากการไม่ชำระค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา คำทำงานในวันหยุด
ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ค่าชดเชย ค่าชดเชยพิเศษ เงินสะสม เงินสมทบ หรือเงินเพิ่มให้ลูกจ้างหรือกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แล้วแต่กรณี
มีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมดของนายจ้างซึ่งเป็นลูกหนี้ในลำดับเดียวกับบุริมสิทธิในค่าภาษีอากรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในกรณีที่นายจ้างมีหนี้ที่จะต้องชดใช้แก่เจ้าหนี้มากรายการบังคับคดีเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาย่อมต้องนำทรัพย์สิน
ของนายจ้างมาเฉลี่ยกันระหว่างเจ้าหนี้ทั้งหลายเพื่อคุ้มครองลูกจ้างซึ่งเป็นเจ้าหนี้ด้วยให้ได้รับชำระหนี้
ก่อนเจ้าหนี้อื่นโดยไม่ต้องนำหนี้ที่นายจ้างต้องชำระแก่ลูกจ้างไปเฉลี่ยกับหนี้ของเจ้าหนี้สามัญอื่น
บทบัญญัติดังกล่าวจึงกำหนดให้หนี้ที่เกิดจากการไม่ชำระเงินดังกล่าวเป็นหนี้บุริมสิทธิสามัญในลำดับเดียว
กับบุริมสิทธิในค่าภาษีอากรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๕๗บุริมสิทธิในเงินที่ลูกจ้าง
มีสิทธิได้รับเพื่อการงานที่ได้ทำให้แก่ลูกหนี้ซึ่งเป็นนายจ้างนั้น ให้ใช้สำหรับค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา คำทำงานในวันหยุดค่าล่วงเวลาในวันหยุด ค่าชดเชย ค่าชดเชยพิเศษ และเงินอื่นใดที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ
เพื่อการงานที่ได้ทำให้ นับถอยหลังขึ้นไปสี่เดือน แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกินหนึ่งแสนบาท
ต่อลูกจ้างคนหนึ่งความรับผิดของผู้รับเหมาชั้นต้นและผู้รับเหมาช่วง มาตรา ๑๒ ในกรณีที่นายจ้างเป็นผู้รับเหมาช่วงให้ผู้รับเหมาช่วงถัดขึ้นไปหากมีตลอดสายจนถึงผู้รับเหมาชั้นต้นร่วมรับผิดกับผู้รับเหมาช่วงซึ่งเป็นนายจ้างในค่าจ้างค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ค่าชดเชย ค่าชดเชยพิเศษ เงินสะสม เงินสมทบ หรือเงินเพิ่ม

จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบนักวิชาการแรงงาน ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ  และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก 

ประกอบด้วย

แนวข้อสอบนักวิชาการแรงงาน
สรุปกฎหมายแรงงาน
สรุปกฎหมายประกันสังคม
สรุปกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
สรุปเกี่ยวกับข้อระงับพิพาทแรงงาน
เกี่ยวกับกระทรวงแรงงาน
ส่งทางอีเมล์เป็นไฟล์เอกสาร 
สามารถนำไปปริ้นเพื่ออ่านได้เลย  ในราคาเพียงชุดละ   399 บาท 
กรุณาชำระค่าสินค้าและบริการ 
เลขที่บัญชี 512-2-05266-6 ธ.กสิกรไทย สาขาย่อย  เซ็นทรัลอุดรธานี
 
ชื่อบัญชี พงษ์ศักดิ์  คำแก้ว ออมทรัพย์ 
โอนเงินแล้วโทรแจ้งที่  089-7101875 , 087-8662408

หรือ pongsak86@gmail.com





สนใจแนวข้อสอบติดต่อ คุณพงษ์ศักดิ์ คำแก้ว
0897101875
pong86 ออนไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 
1.    ข้อใดคือวิสัยทัศน์ของกระทรวงแรงงาน
ก.    ส่งเสริมให้แรงงานมีความมั่นคงในการทำงาน มีหลักประกันและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ข.    แรงงานมีศักยภาพสูงเพื่อส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ มีความมั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ค.    พัฒนากำลังแรงงานและผู้ประกอบการให้มีศักยภาพสูงและสอดคล้องต่อความต้องการของภาคเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลก
ง.    พัฒนาระบบบริหารจัดการองค์กรและบุคลากรด้านแรงงานให้มีประสิทธิภาพ
ตอบ   ข.  แรงงานมีศักยภาพสูงเพื่อส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ มีความมั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
2.    ข้อใด ไม่ใช่ พันธกิจของกระทรวงแรงงาน
ก.    พัฒนาระบบบริหารจัดการองค์กรและบุคลากรด้านแรงงานให้มีประสิทธิภาพ
ข.    ส่งเสริมให้แรงงานมีความมั่นคงในการทำงาน มีหลักประกันและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ค.    พัฒนากำลังแรงงานและผู้ประกอบการให้มีศักยภาพสูงและสอดคล้องต่อความต้องการของภาคเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลก
ง.    การเสริมสร้างความสมดุลของตลาดแรงงานและความยั่งยืนให้ภาคแรงงาน
ตอบ  ง. การเสริมสร้างความสมดุลของตลาดแรงงานและความยั่งยืนให้ภาคแรงงาน
3.    ข้อใดคือนโยบายของกระทรวงแรงงาน
ก.    การดำเนินการเพื่อให้แรงงานมีรายได้ขั้นต่ำวันละ  300  บาท
ข.    การคุ้มครองแรงงานตามกฎหมายและส่งเสริมหลักประกันความมั่นคงในการทำงาน
ค.    พัฒนาระบบประกันสังคม
ง.    ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง. ถูกทุกข้อ
4.    ใครคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนปัจจุบัน
ก.    นายเผดิมชัย   สะสมทรัพย์            ข. นายอนุสรณ์  ไกรวัตนุส
ค.   นายสมเกียรติ   ฉายะศรีวงศ์            ง. นายวิสา   คัญทัพ
ตอบ   ก. นายเผดิมชัย   สะสมทรัพย์
5.    ใครคือปลัดกระทรวงแรงงานคนปัจจุบัน
ก.    นายนคร  ศิลปอาชา                ข. นายสมเกียรติ   บุญทอง
ค.  นายสมเกียรติ   ฉายะศรีวงศ์            ง. นายประวิทย์   เคียงผล
ตอบ  ค.  นายสมเกียรติ   ฉายะศรีวงศ์    
6.    ใครคืออธิบดีกรมการจัดหางานคนปัจจุบัน
ก.    นายเผดิมชัย   สะสมทรัพย์            ข. นายสมเกียรติ   บุญทอง
ค.    นายสุเมธ  มโหสถ                ง. นายประวิทย์   เคียงผล
ตอบ   ง. นายประวิทย์ เคียงผล
7.    ข้อใดคือเว็บไซด์ของกระทรวงแรงงาน
ก.    www.mol.go.th                ข. www.doe.go.th
ค.   www.sso.go.th                ง. www.mol.co.th
ตอบ  ก. www.mol.go.th    
8.    ข้อใดคือชื่อของกระทรวงแรงงาน
ก.    Ministry of  Public Health            ข. Ministry of  Labour        
ค.  Ministry of  Education            ง. Ministry of  Interior
ตอบ  ข. Ministry of  Labour    
สนใจแนวข้อสอบติดต่อ คุณพงษ์ศักดิ์ คำแก้ว
0897101875
aeumie ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ใช้ระดับ I
รายละเอียดผู้ใช้ 
ขอบคุณค่ะ
รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

สามารถอัพโหลดไฟล์แนบ สำหรับโพสได้
กด "Ctrl+Enter" เพื่อตั้งกระทู้ได้